วันอังคาร, พฤศจิกายน 28, 2006

สติและจิตใจ

หลายวันก่อน.....

ท่ามกลางสภาพอากาศที่บรรพบุรุษร้อน สติของผมต้องจดจ่อ
อยู่กับรถเมล์สายที่ต้องการจะขึ้น เพราะต้องคอยเล็งและคำนวณ
ให้ดีว่ามันจะจอดตรงไหน (ไอ้ที่จะให้จอดตรงป้ายนั่นเลิกพูดไปเลย)
เพราะถ้ากะพลาดนิดเดียวอาจจะต้องเหนื่อยจากการต้องวิ่งตาม
และการวิ่งตามรถเมล์ในวันที่อากาศร้อนๆ นี่ไม่ได้สนุกเหมือน
กำลังดูตลก หม่ำ เท่ง โหน่งแต่อย่างใด และถ้าโชคร้ายจะพบ

กับภาพที่...กูวิ่งเกือบ จะทันอยู่แล้วแต่รถดันปิดประตู แล้วคนบนรถ
ก็จะมองลงมาสบตากับเรา แล้วจากนั้นรถก็ออกตัวไป
ปล่อยให้เรายืนหอบพร้อมๆกับประณามคนขับอยู่ในใจ

และบรรดารถตุ๊ก ตุ๊ก รถแท็กซี่ รถเมล์เล็ก ก็ไม่รู้เป็นอะไร
จอดแช่ขวางป้ายรถเมล์กันอยู่นั่นแหละ ซึ่งพวกพี่คนขับ
จะรู้ไหมครับว่า มันทำให้การกะระยะรถเมล์จอดมันยากไปอีกสองสามเท่า

สถานการณ์แบบนี้เป็นสิ่งที่ผมต้องเจอแทบทุกวัน จนบางครั้ง
ก็อดถามตัวเองไม่ได้ ว่าอดทนมีชีวิตอยู่ ในบ้านเมืองที่มัน
ไร้ระเบียบเช่นนี้ได้อย่างไร แต่พอนึกขึ้นได้ว่ากำลังนั่ง
อยู่บนรถเมล์ยูโรสีส้ม แอร์เย็นฉ่ำแล้ว ก็ช่างมันละกัน

และในขณะที่ผมกำลังรอรถเมล์ที่ป้ายหน้าห้างฯ พาต้า ปิ่นเกล้า
ในวันร้อนๆ วันหนึ่ง ผมได้พบกับชายไทยร่างสูงใหญ่ ถ้าไม่สังเกต
เขาก็คงเหมือนคนทั่วๆ ไป แต่ผมอยู่ใกล้พอที่จะรับรู้ได้ว่า เขามีลักษณะ
ของ “คนสติไม่ดี” ตามที่คนสติดีๆ เข้าใจกัน เพราะผมได้ยินเขา
พูดคนเดียวเดินไปเดินมา ซึ่งเป็นอาการที่คนสติดีๆ ทั่วๆไป
คงไม่ทำกัน.....แล้วผมก็ขึ้นรถไปใช้ชีวิตตามปกติ

วันต่อมา...
วันนี้ก็เช่นเดียวกับทุกๆวัน ขณะที่ผมก็กำลังใช้สติเล็งจุดจอด
ของรถเมล์สายที่ผมจะขึ้นเหมือนทุกที จู่ๆก็มีภาพหนึ่งที่ทำให้ผม
สะดุดใจและเป็นภาพที่ประทับใจมาก ผมเห็นชายที่สติไม่ดีที่
พบเมื่อวันก่อน กำลังตั้งใจพาผู้หญิงตาบอดคนหนึ่งขึ้นรถเมล์ให้ทัน
ผมเห็นชายสติไม่ดีคนนั้นวิ่งจูงมือพาผู้หญิงตาบอดขึ้นรถเมล์

และหยุดยืน ดูจนเห็นว่าผู้หญิงตาบอดคนนั้นขึ้นไปบนรถอย่างปลอดภัย

และชายที่สติไม่ดีคนนั้นก็ทำสิ่งที่คนสติดีๆ หลายคนคงไม่ทำกัน

0 ความคิดเห็น: